เปิดหัวข้อมาซะแรง แต่จริง ๆ ผมไม่ได้ปิดบริษัทนะครับ Sonic Residence ยังให้ลริการตามปกติ แต่ผมแทบจะไม่ได้แตะเนื้องานของบริษัทเลย
จริง ๆ มันก็มีเหตุให้ผมต้องปรับเปลี่ยนครับ
- ผมหมดไฟ
- ผมขยายธุรกิจไม่สำเร็จ
ประมาณนี้ครับ ง่าย ๆ ก็คือล้มเหลวเรียบร้อยแล้ว 55555555
แต่มันก็กลายเป็นบทเรียนล้ำค่าสำหรับผมเลยนะ มันสอนให้ผมรู้จักหลาย ๆ อย่างในชีวิต ลิ้มรสความรู้สึกที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน ความเครียด ความกดดัน ที่มันถาโถมเข้ามามันกลายเป็นโคตรครูที่ทำให้ผมต้องปรับตัว
ความรู้สึกแรกคือผิดหวังในตัวเองมากเลยครับ แบบว่า “สุดท้ายมึงก็ล้มเหลว” “มึงมันไร้ค่า” ได้ยินเสียงตัวเอง ด่าตัวเองตลอดเวลา เป็นสิ่งที่อันตรายมากเลยครับ แต่ผมโชคดีมาก ผมได้ไปปฏิบัติธรรม ทำให้ผมเข้าใจความทุกข์ชุดนี้แล้วบริหารจัดการมันได้ดีกว่าที่เคยครับ ผมไม่ยอมให้มันมาครอบงำจิตใจ ผมมีคนรอบตัวที่ยอดเยี่ยมมากเลยครับ แฟนผมคอยให้กำลังใจผมตลอด และที่สำคัญผมมีเพื่อนที่สุดยอดครับ ผมได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนของผม เขาให้งานผมทำตอนที่ผมเขว้งขว้างและเสนอโอกาสใหม่ ๆ ให้ผม
ตอนนี้สิ่งที่ผมทำ ที่ผมตั้งใจทำ ที่ผมตั้งมั่นไว้มี 3 อย่างครับ
- งานร้านกัญชา งานนี้สนุกดีนะครับ ถึงรายได้จะลดลงแต่ว่าผมมีความสุขที่ได้ทำงานกับเพื่อน ๆ ได้เจอกับคนต่างชาติ
- งาน SEO & WebDev อันนี้เป็นโอกาสใหม่ที่ผมตั้งใจจะทำครับ ผมได้โอกาสนี้จากเพื่อนของผม คือผมไม่ได้มีพื้นฐานด้านการเขียน code แต่ผมเรียนจาก Youtube และค่อย ๆ พัฒนาฝีมือตัวเองด้วยการทำโปรเจคสนุก ๆ ครับ อีกอย่างคือผมจะสามารถรับเงินเป็น USD หรือ Euro ได้ครับ เพิ่มรายได้ประมาณ 10k-20k ต่อเดือนโดยที่เพิ่มชั่วโมงทำงานแค่ 1 ชั่่วโมงต่อวันครับ
- การทำเพลง คือมันเป็นหมุดหมาย เป็นความฝัน เป็นการแสดงออกของผม ผมไม่อยากเรียกมันว่างานเพราะผมไม่อยากเอาความคาดหวังไปทำลายความสุขและประสบการณ์ในการทำเพลงครับ แต่ลึก ๆ แล้วผมก็แอบหวังให้ตัวเองโด่งดังจากผลงานเพลง 555555 คือผมชอบมันนะครับ การแต่งเพลง การทำเพลงเนี่ย ผมไม่ต้องพยายามเลยในการทำมัน มันอยู่ในเนื้อในตัว อยู่ในวิญญาณของผม ผมทำมันเพื่อหล่อเลี้ยงวิญญาณตัวเอง 555555 ถึงผมจะพูดเอาหล่อไปมากแค่ไหน สุดท้ายผมก็จะทำการตลาดกับเพลงของผมอยู่ดี 555555 มันซับซ้อนนะครับ หวังว่าจะเข้าใจกัน
